วันเสาร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2553

ทุบโต๊ะเศรษฐกิจโต5.5%

จัดทำบทความโดย ชื่อ-นามสกุล นายอิสรา ขจรศักดิ์ชุติกุล เลขทะเบียน 5001208023

เรื่อง ทุบโต๊ะเศรษฐกิจโต5.5%


โพสต์ทูเดย์ — ดอยช์แบงก์-เวิลด์แบงก์ประสานเสียงเศรษฐกิจไทยปีนี้ฟื้นตัวทุกสาขา

นางจูเลียนา ลี นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารดอยช์แบงก์ เปิดเผยว่า จีดีพีของไทยในปี 2553 จะขยายตัวสูงถึง 5.5% จากปีนี้ที่จีดีพีโตลบ 3% เนื่องมาจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ส่งผลให้ภาคส่งออกและการค้าภายในประเทศมีการฟื้นตัวและมีเสถียรภาพมากขึ้น ทั้งยังได้แรงหนุนจากโครงการต่างๆ ของภาครัฐในการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการพัฒนาประเทศ

นอกจากนั้น เอกชนจะมีการจัดหาสินค้าคงคลังเข้ามาในสต๊อกอีกครั้งเพื่อทดแทนสินค้าเก่า ที่หมดไป รวมไปถึงความต้องการสินค้าจากประเทศไทยที่เริ่มมีมากขึ้นในตลาดสหรัฐและ ยุโรป จะเป็นปัจจัยที่ช่วยพลิกให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวได้ในปี 2553

ขณะที่แรงซื้อของผู้บริโภคในตลาดภายในประเทศที่สูงขึ้นและแรงสนับ สนุนจากภาครัฐและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะยิ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในปีนี้อีกด้วย สำหรับการอุปโภคบริโภคของภาคเอกชนและภาคการลงทุนในปี 2553 จะเติบโต 29% และ 8.4% ตามลำดับ ซึ่งช่วยปรับค่าจีดีพีให้สูงขึ้นอีก 1.5% อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 3.7% ซึ่งสูงกว่าปี 2552 ที่อยู่ที่ระดับลบ 0.9% จะมีผลทำให้ธปท.ต้องปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นอีก 0.75% ในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้ดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 2% แต่จะยังคงช่วยส่งเสริมให้ภาคอุปสงค์ภายในประเทศเติบโตอยู่ได้

สำหรับค่าเงินบาทนั้นมองว่า ธปท.ยังพยายามรักษาเสถียรภาพ ภายในสิ้นปีนี้ เงินบาทไม่น่าจะแข็งค่ากว่า 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

นายฮานส์ ทิมเมอร์ ผู้อำนวยการสำนักงาน Development Prospects Group ประจำธนาคารโลก หรือ เวิลด์แบงก์ เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ปี 2553 ว่าปี 2553 จะเติบโตได้ 2.7% หลังลดลงไป 2.2% ในปี 2552 โดยจีน เป็นแรงขับเคลื่อนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของทางภูมิภาค โดยขยายตัว 9% และจีดีพีเอเชียตะวันออก จะอยู่ที่ 8.1%

ทางด้านเศรษฐกิจของประเทศที่มั่งคั่งร่ำรวย จะยังไม่อาจฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว คาดว่าเศรษฐกิจของชาติพัฒนาจะเติบโตเพียง 1.8% ในปีนี้ และเพิ่มเป็น 2.3% ในปีหน้า ส่วนเศรษฐกิจสหรัฐซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นศูนย์กลางของวิกฤตการ เงิน คาดว่าจะเติบโต 2.5% ในปีนี้และเพิ่มเป็น 2.7% ในปี 2554

น.ส.กิริฎา เภาพิจิตร นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของธนาคารโลก หรือ เวิลด์แบงก์ ประจำประเทศไทย กล่าวถึงเศรษฐกิจไทยในปีนี้ว่า จะมีการฟื้นตัวที่ดีขึ้น และขยายตัวได้ 3.5% เนื่องจากฐานปีก่อนต่ำ และการส่งออกที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 15% ส่วนการลงทุนของภาคเอกชนจะขยายตัว 4-5% ประกอบกับการท่องเที่ยวปรับตัวดีขึ้น แต่มีปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทย คือ ความยั่งยืนของเศรษฐกิจโลก ไข้หวัดใหญ่ 2009 ราคาน้ำมัน ปัญหาเสถียรภาพทางการเมือง และปัญหาการลงทุนในมาบตาพุดที่จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน

นายมาร์ค อาร์โนลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัว 3% ซึ่งธนาคารได้มีการตั้งเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อของธนาคารให้สอดคล้องกับ ภาวะเศรษฐกิจ


ที่มาของข่าว:
http://www.posttoday.com/finance.php?id=86496

คำถามท้ายเรื่อง
1. จีดีพีของไทยในปี 2553 จะขยายตัวส่งผลให้
2. ใครเปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ปี 2553 ว่าปี 2553 จะเติบโตได้ 2.7% หลังลดลงไป 2.2% ในปี 2552
3. เศรษฐกิจสหรัฐซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นศูนย์กลางของวิกฤตการ เงิน คาดว่าจะเติบโตกี่%