วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2552

หากยังยืนเหนือ 700 จุดไม่ได้ ยังแกว่งตัวลงต่อ

ภาวะตลาดหุ้นไทยเริ่มแกว่งตัวออกด้านข้าง ในลักษณะของการซึมลง หลังจากที่รับรู้ข่าวลบจากทั้งภายในประเทศและต่างประเทศไประดับหนึ่ง

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมาบตาพุด รวมไปถึงประเด็นเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าจากความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดที่อาจจะเร็วขึ้น และการปรับลดอันดับเครดิตพันธบัตรกรีซของฟิทช์ โดยตลาดหุ้นไทยตอบสนองในลักษณะของการแกว่งตัวออกด้านข้างและอ่อนตัวลง ปริมาณการซื้อขายอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งประจวบเหมาะกับช่วงก่อนวันหยุดยาวในปลายปีพอดี โดยนักลงทุนต่างประเทศมียอดขายสุทธิค่อนข้างมากใน 2 วันทำการ เมื่อเทียบกับปริมาณการซื้อขายที่อยู่ในระดับต่ำเพียง 1.5-1.6 หมื่นล้านบาทเท่านั้น โดยปัจจัยที่น่าติดตามและมีผลต่อการเคลื่อนไหวของเงินทุนในตลาดหุ้นไทยมีดังนี้



ด้านปัจจัยภายนอก ดูเหมือนว่าจะมีหลายปัจจัยที่ส่งผลให้เงินเหรียญสหรัฐปรับตัวขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจ้างงานหรืออันดับเครติดของประเทศกรีซ โดยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ปรับตัวดีกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก ส่งผลให้ตลาดกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ย โดยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรปรับตัวดีขึ้นมาก ตลาดคาดไว้ว่าจะออกมาลดลง 1 แสนตำแหน่ง ในขณะที่ตัวเลขออกมาจริงลดลง 1.1 หมื่น ตำแหน่งเท่านั้น ทำให้นักลงทุนส่วนหนึ่งได้กังวลว่าเฟดจะเริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่เคยคาดไว้ก่อนหน้า เนื่องจากตัวเลขภาค แรงงานเป็นตัวเลขที่ฟื้นตัวช้าที่สุด แต่กลับปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วมาก ส่งผลให้ตลาดส่วนหนึ่งคาดว่าเริ่มมีแนวโน้มที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัว และมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ที่รัฐบาลสนับสนุนอาจจะมีแนวโน้มที่ทยอยถอนออก

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพียงเดือนเดียวยังไม่สามารถประเมินได้ อีกทั้งอัตราการว่างงานยังคงอยู่ในระดับสูง คือ 10% ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ 10.20% จากเดือนก่อนหน้า ทำให้สรุปโดยรวมภาวะภาค แรงงานเริ่มดูดีขึ้น แต่ยังต้องติดตามความต่อเนื่อง แต่กระนั้นก็ตามตลาดเงินได้ตอบสนองต่อข่าวดังกล่าวทันที คือ เงินเหรียญสหรัฐปรับตัวขึ้น 1.7% จากรายงานตัวเลขดังกล่าว ถึงแม้ว่าประธานเฟดได้ออกมากล่าวภายหลังว่าจะยังคงนโยบายการเงินเช่นเดิม และคาดว่าอัตราการว่างงานยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ส่วนประเด็นเรื่องการโดนลดอันดับเครดิตของกรีซซึ่งอยู่ในยูโรโซน ส่งผลให้ยูโรอ่อนค่าลง และมีเม็ดเงินส่วนหนึ่งไหลเข้าสู่เงินเหรียญสหรัฐแทน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น