เรื่อง 12โครงการนำร่องยื่นผ่อนผันศาล เงินลงทุน5.4หมื่นล้าน ชี้โอกาสหลุดมาบตาพิษ
ไทยโพสต์ - 12 โครงการมาบตาพุดเม็ดเงินลงทุนกว่า 5.4 หมื่นล้านตัดสินใจยื่นขอผ่อนผันคำสั่งศาลฯ คาดอัยการสูงสุดส่ง 12 ก.พ.นี้ คาดมีโอกาสหลุดสูง ด้านบีโอไอคุย "ฮัทชินสัน" ประกาศลงทุนเปิดฐานผลิตฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟต่างประเทศครั้งแรก
นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในวันที่ 9 ก.พ.กระทรวงอุตสาหกรรมได้รวบรวมข้อมูลของผู้ประกอบการที่ต้องการยื่นขอผ่อนผันคำสั่งศาลปกครองกลางเฉพาะการก่อสร้างหรือทดสอบเครื่องจักรไม่รวมการประกอบกิจการระหว่างดำเนินการตามมาตรา 67 (2) ซึ่งในกลุ่มนี้มีทั้งหมด 16 โครงการ โดยมี 12 โครงการตัดสินใจยื่นขอผ่อนผันคำสั่งศาลฯ ที่ผ่านมาคณะทำงานกลางที่มีนายสรยุทธ เพ็ชรตระกูล ผู้ช่วย รมว.อุตสาหกรรม เป็นประธาน ได้ให้คำปรึกษาแก่โครงการที่ถูกสั่งระงับหรือชะลอโครงการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด 49 โครงการ โดยมีแนวทางการดำเนินงาน 4 แนวทาง คือ 1.แนวทางที่ผู้ประกอบการต้องขอหนังสือยืนยันจากสำนักงานนโยบายและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ว่าเป็นโครงการหรือกิจกรรมที่ไม่ต้องทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ซึ่งกลุ่มนี้มี 10 โครงการ โดยมี 7 โครงการที่ทำหนังสือยื่น สผ.แล้ว ขอชะลอ 1 โครงการและอยู่ระหว่างขอคำปรึกษาจาก สผ.ก่อนยื่นศาลฯ อีก 2 โครงการ 2.กลุ่มที่ต้องขอหนังสือยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าเป็นกิจการที่ได้รับใบอนุญาตก่อนรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มีผลบังคับใช้ มี 4 โครงการ ซึ่งทั้งหมดยื่นหนังสือไปยังการนิคมอุตสาหกรรม (กนอ.) แล้ว 3.กลุ่มที่ยื่นขอผ่อนผันคำสั่งศาลฯ โดยใช้เหตุผลเทียบเคียงกับ 11 โครงการแรก มี 9 โครงการ ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างการพิจารณา และ 4.กลุ่มที่ยื่นขอผ่อนผันเฉพาะการก่อสร้างหรือทดสอบเครื่องจักรไม่รวมการประกอบกิจการระหว่างดำเนินการตามมาตรา 67 (2) มีทั้งหมด 16 โครงการ โดย 12 โครงการตัดสินใจยื่นขอผ่อนผันคำสั่งศาลฯ ส่วนที่เหลือ 4 โครงการอยู่ระหว่างการพิจารณา และอีก 1 โครงการเป็นโครงการร่วมทุนกับต่างชาติซึ่งต้องรอผู้ร่วมทุนก่อน สำหรับ 12 โครงการแบ่งเป็นโครงการอยู่ระหว่างก่อสร้าง 9 โครงการ ได้แก่ บริษัทไทยโพลิเอททีลีน, บริษัทสยาม เลเทกซ์สังเคราะห์ 2 โครงการ, บริษัทสยามโพลีเอทิลีน, บริษัทพีทีที ฟีนอล 2 โครงการ, บริษัทบีเอสที อิลาสโตเมอร์, บริษัทมาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล และบริษัทไทยเอ็มเอ็มเอ ส่วนอีก 3 โครงการเตรียมก่อสร้าง ได้แก่ บริษัทเอ็มทีพี เอชพี เจวี, บริษัท วีนิไทย และบริษัทบีอาร์พี สตีล มูลค่าการลงทุนรวม 54,136 ล้านบาท ด้าน นายบัญญัติ วิสุทธิมรรค อัยการอาวุโส คาดว่า สามารถยื่นต่อศาลได้ในวันที่ 12 ก.พ.หรืออย่างช้าวันที่ 15 ก.พ.นี้ ซึ่งส่วนตัวไม่หนักใจเนื่องจากโครงการทั้งหมด 76 โครงการไม่มีผลกระทบรุนแรงต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม แต่กลับเป็นโครงการที่ช่วยลดมลพิษและยังเป็นข้อมูลใหม่ที่ยังไม่เคยยื่นต่อศาล สำหรับมูลค่าความเสียหายเฉลี่ยแต่ละโครงการ 500-2,000 ล้านบาท ส่วนการพิจารณาคดีหลักยื่นคำให้การเพิ่มเติมต่อศาลไปแล้ว โดยอยู่ระหว่างรอฝ่ายผู้ฟ้องยื่นคำคัดค้านและต้องให้ข้อมูลอีกครั้งก่อนศาลพิพากษา ซึ่งปกติใช้เวลารวม 1-2 ปี นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า บริษัท ฮัทชินสัน เทคโนโลยี (ประเทศไทย) ตัดสินใจเข้าลงทุนตั้งฐานการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟในไทย มูลค่า 4,300 ล้านบาท ในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จ.อยุธยา คาดเริ่มผลิตก่อนสิ้นปีนี้เพื่อป้อนผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกที่มีบริษัทตั้งอยู่ในไทยและต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นการลงทุนในต่างประเทศครั้งแรกของฮัทชินสัน. คำถาม 1. ใครเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม 2. นายสรยุทธ เพ็ชรตระกูล ผู้ช่วย รมว.อุตสาหกรรม เป็นประธาน ได้ให้คำปรึกษาแก่โครงการที่ถูกสั่งระงับหรือชะลอโครงการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด กี่โครงการ 3. บริษัท ฮัทชินสัน เทคโนโลยี (ประเทศไทย) ตัดสินใจเข้าลงทุนตั้งฐานการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟในไทย ในมูลค่าเท่าใด
คำตอบคือ
ตอบลบ1. นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง
2. 49 โครงการ
3. 4,300 ล้านบาท
น.ส. ชุติมา สอนผิว เลขทะเบียน 5001208030
คำตอบ
ตอบลบ1. นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง
2. 49 โครงการ
3. 4,300 ล้านบาท
นาย วิศรุต มิตรภาพ 5001208061