วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เอ็มเอฟซี'ชูบริการ 5 ดาว

จัดทำโดย นายทศวัฒน์ บุณยะยุต 5001208004
เรื่อง 'เอ็มเอฟซี'ชูบริการ 5 ดาว
บลจ.เอ็มเอฟซีฯ ก้าวสู่ปีที่ 35 เน้นกลยุทธ์หลัก Customer Centric สร้างความมั่งคั่งสูงสุดแก่ลูกค้า พร้อมให้บริการระดับ 5 ดาว ตั้งเป้าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารพุ่ง 3 แสนล้านบาท รายได้ 700 ล้านบาท ส่วนปี 55 คาดรายได้ทะลุพันล้านบาท หลังได้ 3 ธุรกิจใหม่หนุน
นายพิชิต อัคราทิตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม(บลจ.) เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในโอกาสที่บริษัทได้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 35 ในปี 2553 นี้ จึงเน้นกลยุทธ์หลักคือ "Customer Centric" หรือการคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าเป็นหลักในการดำเนินงาน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงิน พร้อมกับการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข โดยจะมีการทำวิจัยการตลาดและความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เข้าใจและตอบสนองได้ตรงใจลูกค้าด้วยความเป็นมืออาชีพของทีมที่ปรึกษาการลงทุน และผู้จัดการกองทุนที่มีคุณภาพ พร้อมการบริการระดับ 5 ดาว
สำหรับปี 2553 บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (เอ็นเอวี)เป็น 300,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 27.79% และมีรายได้เพิ่มเป็น 700 ล้านบาท โดยมีแผนออกกองทุน ตราสารหนี้ 12 กองทุน กองทุนผสมแบบยืดหยุ่น 5 กองทุน กองทุนรวมลงทุนต่างประเทศ (FIF) 7 กองทุน และกองทุนอสังหาริมทรัพย์ 5 กองทุน
ขณะที่ปี 2552 มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนภายใต้การบริหารจัดการ 234,742 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18,267.91 ล้านบาท หรือ 8.44% เมื่อเทียบสิ้นเดือนธันวาคม 2551 ซึ่งมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 216,474 ล้านบาท แบ่งเป็นกองทุนรวมในปี 2552 มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิเพิ่มขึ้น 11.17% เป็น 150,423 ล้านบาท จาก 135,309 ล้านบาท ในปี 2551 มีการออกกองทุนใหม่ 32 กองทุน และได้มีการจ่ายเงินปันผลจำนวน 13 กองทุน รวมเป็นเงิน 423.76 ล้านบาท
ส่วนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ภายใต้การบริหารมี 44 กองทุน นายจ้าง 546แห่ง มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 60,816 ล้านบาท เติบโต 8.74% หรือเท่ากับ 4,886 ล้านบาท จากปี 2551 ซึ่งมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 55,930 ล้านบาท
สำหรับกองทุนส่วนบุคคลมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม 23,502 ล้านบาท โดยลูกค้ารายใหญ่ได้แก่ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(กบข.) และสภากาชาดไทย
ดร.พิชิต กล่าวว่า ในปี2552 ที่ผ่านมา บลจ.เอ็มเอฟซีฯ ได้มีการปรับโมเดลการทำธุรกิจใหม่ โดยได้มีการตั้ง 3 บริษัทลูกขึ้นมาใหม่ คือ 1.MFCA ทำธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งแล้วเมื่อเดือนต.ค.2552 2.MRAM ทำธุรกิจบริหารอสังหาริมทรัพย์ และหาอสังหาริมทรัพย์ให้กับบลจ.เอ็มเอฟซีฯ เพื่อจัดตั้งกองทุนรวมอสังหาฯ และ3. ESCO ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดตั้ง เพื่อเข้ามารุกธุรกิจ การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับด้านพลังงาน และการลงทุนในพลังงานทางเลือก
ทั้งนี้โมเดลการทำธุรกิจใหม่ คาดหวังว่า 3 บริษัทใหม่ที่จัดตั้งจะช่วยสร้างรายได้ให้กับบริษัทคิดเป็นสัดส่วน 50:50 เมื่อเทียบกับรายได้จากธุรกิจกองทุน และทำให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ และรายได้ของบริษัทโตเป็นเท่าตัว หรือคาดว่าจะทำให้รายได้รวมของบริษัทเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,000 ล้านบาท ในปี 2555

ที่มา http://www.thannews.th.com/index.php?option=com_content&view=article&id=22017:-5-&catid=101:2009-02-08-11-30-52&Itemid=440

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น