วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เอ็กซิมแบงก์แจงกำไรปี52อยู่ที่347 ล้านบาท

จัดทำโดย นายก้องเกียรติ เิลิศผดุงพงษ์ เลขทะเบียน 5001208003

เรื่อง ... เอ็กซิมแบงก์แจงกำไรปี 52 อยู่ที่ 347 ล้านบาท

เอ็กซิมแบงก์(EXIM BANK) ขยายสินเชื่อและบริการประกันการส่งออกได้เกินเป้าหมายในปี 2552 โดยมีวงเงินอนุมัติสินเชื่อ 54,298 ล้านบาทหรือ 146% ของเป้าหมายรวมตามที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงการคลัง จำนวนนี้เป็นวงเงินอนุมัติสินเชื่อฟาสต์แทร็ก 17,579 ล้านบาทหรือ 352%

ของเป้าหมายตามที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงการคลัง รวมทั้งอนุมัติวงเงินรับประกันการส่งออกและการลงทุน 7,617 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 368% จากปี 2551 ขณะที่ปี2552มีกำไรสุทธิ 347 ล้านบาท เอ็นพีแอลลดลง พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจ บริการ และเปิดสาขาย่อยควบคู่กับการปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่องในปีนี้

ดร.อภิชัย บุญธีรวร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า ความสำเร็จในการขยายสินเชื่อและบริการประกันการส่งออก (EXIMSurance) ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพทำให้ EXIM BANK มีผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาเป็นที่น่าพอใจ โดยมีกำไรสุทธิ 347 ล้านบาท คิดเป็น 347% ของเป้าหมายที่กำหนดไว้ มีวงเงินอนุมัติสินเชื่อ 54,298 ล้านบาทหรือ 146% ของเป้าหมายรวมตามที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงการคลัง จำนวนนี้เป็นวงเงินอนุมัติสินเชื่อฟาสต์แทร็กจำนวน 17,579 ล้านบาทหรือ 352% ของเป้าหมาย 5,000 ล้านบาทตามที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงการคลัง



รวมทั้งอนุมัติวงเงินรับประกันการส่งออกและการลงทุนจำนวน 7,617 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 368% จากปี 2551 และมีมูลค่ารับประกันการส่งออกและการลงทุนทั้งสิ้น 60,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% เมื่อเทียบกับปี 2551 นอกจากนี้ สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-performing Loans : NPLs) ในปี 2552 อยู่ที่ 4,370 ล้านบาทหรือคิดเป็น 8.16% ของยอดเงินให้สินเชื่อและดอกเบี้ยค้างรับ ลดลงจาก 9.24% ในปี 2551

ในปี 2552 EXIM BANK ได้ขยายความร่วมมือกับธนาคารในต่างประเทศ อาทิ อินโดนีเซียและรัสเซีย เพื่อเปิดให้บริการใหม่ “บริการสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ซื้อในต่างประเทศ (Buyer’s Credit)” สนับสนุนการซื้อสินค้าและบริการของไทย และได้ริเริ่มบริการใหม่ “สินเชื่อเพื่อซัพพลายเออร์ส (EXIM for Your Suppliers)” เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ผู้ผลิตเพื่อผู้ส่งออกที่เป็นลูกค้าของ EXIM BANK เป็นวงเงินอนุมัติรวม 106 ล้านบาท และอยู่ระหว่างทำนิติกรรมและสัญญาอีก 313 ล้านบาท


นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมา EXIM BANK ยังได้เพิ่มเครือข่ายการให้บริการโดยเปิดสาขาย่อย ณ ที่ทำการของธนาคารออมสินภายใต้ความร่วมมือ “1 สาขา 2 ธนาคาร” ทำให้ปัจจุบัน EXIM BANK มีสาขาย่อยจำนวน 7 แห่งได้แก่ สาขาย่อยบางรัก อ้อมใหญ่ วงเวียนใหญ่ ติวานนท์ สาธุประดิษฐ์ จักรวรรดิ และสุราษฎร์ธานี และมีแผนจะเปิดเพิ่มอีก 5 แห่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในปีนี้

กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK กล่าวต่อไปว่า จากแนวนโยบายของ นพ. พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ให้ EXIM BANK ผลักดันมาตรการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้กระชับมากขึ้นต่อไป รวมทั้งสนับสนุนภาคการส่งออกมากขึ้นโดยเฉพาะบริการ Buyer’s Credit และ EXIMSurance ในปี 2553 EXIM BANK จะเดินหน้าขยายสินเชื่อและ EXIMSurance ควบคู่ไปกับการขยายสาขาย่อยและปรับปรุงกระบวนการทำงาน (Business Process Improvement : BPI) เพื่อพัฒนางานบริการลูกค้า การปฏิบัติงาน การบริหารจัดการ การขยายธุรกิจด้านการนำเข้าในภาวะเงินบาทแข็งค่า และการขยายบทบาทธนาคารเพื่อการพัฒนา


ที่มาของข่าว
http://www.thannews.th.com/index.php?option=com_content&view=article&id=22045:52347-&catid=176:2009-06-25-09-26-02&Itemid=524

คำถามท้ายบท
1). กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK)คือใคร
2). จำนวนวงเงินอนุมัติสินเชื่อฟาสต์แทร็กเป็นเท่าไหร่ ของเป้าหมาย 5,000 ล้านบาทตามที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงการคลัง
3). ในปี2552มีกำไรสุทธิเป็นจำนวนเงินกี่ล้านบาท

3 ความคิดเห็น:

  1. คำตอบคือ

    1. ดร.อภิชัย บุญธีรวร

    2. จำนวน 17,579 ล้านบาทหรือ 352%

    3. 2552มีกำไรสุทธิ 347 ล้านบาท

    น.ส.ชุติมา สอนผิว เลขทะเบียน 5001208030

    ตอบลบ
  2. คำตอบ
    1.ดร.อภิชัย บุญธีรวร
    2.จำนวน 17,579 ล้านบาทหรือ 352%
    3.2552มีกำไรสุทธิ 347 ล้านบาท

    นางสาว จตุพร เย็นสุขใจชน เลขทะเบียน 5001208007

    ตอบลบ
  3. คำตอบคือ
    1 ดร.อภิชัย บุญธีรวร
    2 จำนวน 17,579 ล้านบาทหรือ 352%
    3 2552มีกำไรสุทธิ 347 ล้านบาท

    นางสาว จุฑามาศ รุ่งเลิศชัยกุล เลขทะเบียน 5001208066

    ตอบลบ